อาหารบำรุงสมอง

อาหารบำรุงสมองและแต่ละมื้อส่งผลอย่างไร

“สมอง”เป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นในร่างกายของมนุษย์ และสิ่งที่จะช่วยบำรุงสมองก็คือ อาหารบำรุงสมอง หรือ อาหารสมอง นั่นเอง

สมอง”เป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนที่คอยควบคุมอวัยวะส่วนอื่นและการกระทำต่างๆในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยสมองมีน้ำหนักประมาณ 2% เมื่อเทียบกับน้ำหนักของร่างกายมนุษย์ แต่มีการใช้พลังงานถึง 20% จากการใช้พลังงานทั้งหมดซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมสมองถึงเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ สารอาหารพื้นฐานของสมองประกอบไปด้วย ไขมัน (Fats), โปรตีน (Proteins), กรดอะมิโน (Amino Acids), กลูโคส (Glucose) และสารอาหารรองอื่นๆ (Micronutrients) ซึ่งสารอาหารแต่ละอย่างก็ส่งผลต่อสมองในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าสารอาหารเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่สมองขาดไม่ได้เลย หากอาหารประเภทใดที่มีสารอาหารพื้นฐานที่สมองต้องการแล้วล่ะก็เราสามารถเรียกอาหารประเภทนั้นว่า อาหารบำรุงสมอง หรือ อาหารสมอง ได้ทันที

การเลือกทานอาหารบำรุงสมอง

1. การรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมัน (FATS)

ไขมันเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับสมองซึ่งช่วยสร้างและบำรุงรักษาเยื่อหุ้มเซลล์ และช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม โดยสามารถหาได้จากอาหารประเภท ถั่ว เมล็ดพืช และปลาที่มีไขมันมาก ซึ่งเราควรรับประทานอาหารประเภทนี้เป็นประจำเนื่องจากเป็นไขมันดีทำให้สามารถเข้ามาแทนที่ไขมันทรานส์ในร่างกาย และควรลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวเนื่องจากส่งผลเสียต่อสมองในระยะยาว ส่วนความเชื่อที่เกี่ยวกับการลดไขมันนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดเนื่องจากร่างกายยังต้องการไขมัน และโครงสร้างของสมองมีไขมันมากถึง 60% ดั้งนั้นการงดไขมันจะทำให้ไขมันในสมองลดลงไปด้วย

2. การรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยโปรตีน (Proteins)

โปรตีนช่วยทำหน้าที่เป็นสารสื่อระหว่างเซลล์กับเซลล์และมีส่วนช่วยในการพัฒนาการเติมโตของร่างกาย ความรู้สึกและพฤติกรรม โดยวิธีการเลือกทานอาหารที่มีโปรตีนนั้นควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ควรรับประทานปลาน้ำลึกสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง โดยไม่ควรทานปลาชนิดเดียวติดต่อกันยาวนานเกินไปควรรับประทานหมุนเวียนสลับกันไปเรื่อย ๆ เช่น ปลาเก๋า ปลาทู ปลากะพง และไม่จำเป็นต้องรับประทานเฉพาะปลาน้ำเค็มเพียงอย่างเดียวแต่เราสามารถรับประทานปลาน้ำจืดควบคู่กันไปด้วย โดยกรรมวิธีที่ใช้ควรเป็นการ นึ่งให้สุก ต้มให้สุก หรือย่าง จะดีกว่าการทอด

3. การรับประทานอาหารที่มีกรดอะมิโน (Amino Acids)

กรดอะมิโนมีสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทซึ่งเป็นสารที่นำสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท และส่งผลต่อ อารมณ์ การนอนหลับ สมาธิ และน้ำหนัก จึงเป็นปกติที่เรารู้สึกเหนื่อยหลังจากทานอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมาก หรือรู้สึกตื่นตัวหลังจากได้ทานอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยกรดอะมิโนเป็นหน่วยเล็ก ๆ ของโปรตีน เมื่อเรารับประทานเข้าไปร่างกายจะย่อยโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโนจากนั้นจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกขับออกทางปัสสาวะเมื่อได้รับกรดอะมิโนมากจนเกินไปโดยอาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ไข่ นมถั่วเหลือง สัตว์ปีก การรับประทานอาหารประเภทนี้ไม่ควรรับประทานเยอะมากจนเกินไปเนื่องจากสมองสามารถดูดซึมกรดอะมิโนได้จำกัดการทานอาหารที่มีกรดอะมิโนในปริมาณที่พอดีจะช่วยให้มีสมดุลย์ในเรื่องของอารมณ์และควรทานช่วงเช้าเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมได้ดี

4. การรับประทานอาหารประเภทสารอาหารรอง (Micronutrients)

สารอาหารรองประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ โดยวิตามินมีผลช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นกับสมอง แร่ธาตุช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกและสมองโดยสารอาหารรองสามารถหาได้จากผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ผลติภัณฑ์นม รำข้าวกล้อง หรือ อาหารบำรุงสมองทางเลือกที่ถูกผลิตขึ้นจากบริษัทต่าง ๆ ในการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารรองนั้นควรรับประทานก่อนอาหารประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารดังกล่าวได้อย่างเต็มที่

5. การรับประทานอาหารประเภทกลูโคส (Glucose)

กลูโคส (Glucose) เป็นอาหารสมองที่ทำให้เราใช้สมองได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โดยกลูโคสสามารถเกิดจากร่างกายย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรดเป็นกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดอาหารที่มีค่าไกลซิมิคสูง เช่น ขนมปัง จะปล่อยกลูโคสเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็วก่อนลดฮวบลง ส่งผลให้สมาธิและอารมณ์ของเราก็ตกลงด้วย ส่วนข้าวโอ๊ด เมล็ดพืช และถั่ว ปล่อยกลูโคสเข้ากระแสเลือดช้ากว่าทำให้ระดับสมาธิของเราเสถียรกว่า ดังนั้นในมื้อเช้าเราควรทานอาหารที่มีการปล่อยกลูโคสเข้ากระแสเลือดช้าเพื่อให้มีสมาธิกับงานได้ตลอดทั้งวันและทานอาหารที่มีการปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเมื่อต้องการใช้สมาธิอย่างหนักในเวลาอันสั้น

ผลของอาหารแต่ละมื้อที่เรารับประทานเข้าไป

1. มื้อเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อที่ควรเต็มไปด้วย อาหารสมอง ที่ให้พลังงานสูงแก่ร่างกายเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันดังนั้นควรเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของสมอง ร่างกายได้อย่างเต็มที่ และลดความหิวระหว่างวันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้อารมณ์สมดุลย์ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่งเยอะจนเกินไปด้วย

2. มื้อกลางวัน

มื้อกลางวันเป็นมื้อที่รับประทานเพื่อเสริมให้กับอาหารสมองที่ได้รับจากมื้อเช้าเพื่อนำพลังงานไปใช้ในตอนบ่าย ไม่ควรรับประทานมากเกินจำเป็นเนื่องจากร่างกายได้รับสารอาหารจากมื้อเช้าไปเยอะแล้ว และถ้าหากทานมื้อกลางวันมากจนเกินไปจะทำให้ช่วงบ่ายเกิดอาการเฉื่อย ง่วงนอน เนื่องจากกระเพาะอาหารมีการทำงานหนัก

3. มื้อเย็น

มื้อเย็นเป็นมื้อที่เราควรรับประทานในปริมาณน้อยและมีแคลอรี่น้อยกว่ามื้ออื่นๆ เนื่องจากหลังจากมื้อเย็นเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเองและพักผ่อน หากเราทานอาหารมื้อเย็นมากจนเกินไปจะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ และอาจส่งผลให้รู้สึกง่วงในวันถัดไปได้เนื่องจากร่างกายยังต้องคอยย่อยอาหารที่เรารรับประทานเกินจำเป็นทำให้นอนหลับไม่สนิทในเวลากลางคืน

การรับประทาน อาหารบำรุงสมอง เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง หากมีความเข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทชีวิตประจำวันของตนเองแล้วจะทำให้มีความสุขกับการมีสุขภาพที่ดีเพราะเข้าใจวิธีการรับประทานอาหารแต่ละอย่างอีกทั้งยังสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ให้กับตนเองได้ว่าจะเลือกทานอาหารแบบไหนและจะไม่ทานอาหารแบบไหน สุดท้ายแล้วการรับประทานอาหารประเภทเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ได้ส่งผลดีมากกว่าการรับประทานอาหารที่มีความหลากหลาย เพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องสารพิษตกค้างและสารอาหารเกินในร่างกาย เพื่อให้สารอาหารในสมองและร่างกายมีความสมดุลลย์เราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายสลับกันไปในแต่ละวัน

ร้าน beast & butter

ร้าน Beast & Butter

ร้าน Beast & Butter เป็นหนึ่งในร้านที่ใช้แพล็ตฟอร์ม Hato Hub ซึ่งได้คุณเอสรา สดุดีวงศ์ (คุณมิ้น) เจ้าของร้าน Beast & Butter มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19 ที่ผ่านมา รวมถึงแชร์ประสบการณ์การใช้งาน Hato hub ซึ่งน่าสนใจมาก โดยจะมีเนื้อหาอะไรบ้างสามารถอ่านต่อได้ในบทความนี้ได้เลย

Read More »
cast iron burgerhaus

บริษัท Cast iron

บริษัท Cast iron เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เลือกใช้แพลตฟอร์ม Hato Hub ในการจัดการร้านอาหารและในส่วนของ Delivery โดยเราได้คุณปุณยวีร์ เลิศมโนญาน (คุณเอ็ม) ผู้จัดการของบริษัท Cast iron มาแชร์ประสบการณ์ในการใช้ ระบบสั่งอาหารออนไลน์ Hato Hub รวมถึงแชร์ประสบการณ์วิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมาอีกด้วย

Read More »
บริษัท Food Passion

บริษัท Food Passion

คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ (คุณด๋อน) Chief Operating Officer (COO) ได้มาแชร์ประสบการณ์ในช่วงวิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมา และการนำ Hato Hub Platform มาใช้กับ Food Passion เพื่อการสร้างความเติบโตในการขายอาหาร Delivery และต่อยอดประสบการณ์ที่ดีในการสั่งอาหารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้กับลูกค้า

Read More »

นโยบายความเป็นส่วนตัว

(Customer Privacy Notice)

บริษัท อินดี้ ดิช จำกัด (“บริษัท”) ผู้ให้บริการเช่าใช้ซอฟต์แวร์ Hato Hub (“Hato Hub”) ซึ่งให้บริการระบบจัดการร้านอาหาร ได้แก่ การให้บริการ Hato Store และ Hato Heart รวมถึงการให้บริการอื่นตามที่บริษัทอาจประกาศกำหนด (“บริการ”) รับประกันแก่ท่านว่า บริษัทให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวและเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ (“ผู้ใช้บริการ”) ซึ่งหมายความรวมถึง บุคคลผู้เข้าเยี่ยมชมเว็ปไซต์ บุคคลที่ติดต่อมายังบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ และ/หรือเช่าใช้บริการ Hato Hub ดังนั้น บริษัท ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีจุดประสงค์จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ เกี่ยวกับสิทธิ เงื่อนไขและความจำเป็นของบริษัทในการเก็บ ประมวลผล และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อการให้บริการของบริษัทผ่าน Hato Hub และการให้บริการอื่น

ขอบเขตนโยบาย และการยอมรับนโยบาย

นโยบายฉบับนี้ใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการโดยบริษัท ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการ Hato Hub และบริการอื่นของบริษัทเท่านั้น โดยไม่มีผลใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบุคคลภายนอกอื่นที่บริษัทไม่มีอำนาจควบคุม แม้จะดำเนินการเชื่อมต่อกับการให้บริการหรือเชื่อมจาก Hato Hub ซึ่งสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว ผู้ใช้บริการต้องศึกษาเกี่ยวกับนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บุคคลภายนอกดังกล่าวแยกจากนโยบายฉบับนี้

เมื่อผู้ใช้บริการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัท เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท ติดต่อมายังบริษัทผ่านช่องทางการติดต่อ สื่อสาร และ/หรือตกลงเช่าใช้บริการ Hato Hub ด้วยการสมัครเปิดบัญชีผู้ใช้งานบน Hato Hub ทางบริษัทจะถือว่าผู้ใช้บริการตกลงและยอมรับนโยบายฉบับนี้แล้ว

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ทางบริษัทสงวนสิทธิในการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและรูปแบบการติดต่อ การให้บริการต่างๆ ของบริษัทที่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยการประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงใหม่ผ่านทางช่องทางการติดต่อของบริษัท โดยการที่ผู้ใช้บริการยังคงมีบัญชีผู้ใช้งานและยังใช้บริการของบริษัทอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทจะถือว่าผู้ใช้บริการตกลงยอมรับตามนโนบายฉบับปรับปรุงแล้วเสมอ

นิยามศัพท์ 

ภายใต้นโยบายฉบับนี้ 

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลธรรมดาคนหนึ่งนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม และ 

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และ (ข) ตัวแทนผู้มีอำนาจลงนาม หรือบุคคลเกี่ยวข้องอื่นของผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคล (เช่น กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้รับมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานหรือตัวแทนของผู้ใช้บริการที่อาจได้รับการแต่งตั้งมอบสิทธิในการใช้ระบบ Hato Hub ในนามของผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคลดังกล่าว เป็นต้น) (“ตัวแทน”)

ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย กรณีที่ผู้ใช้บริการนำส่งข้อมูลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะตัวแทน ให้แก่บริษัท เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ทางบริษัทจะถือว่า ผู้ใช้บริการได้ให้การรับประกันสิทธิในการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลของบุคคลภายนอกทั้งหมดให้แก่บริษัทเพื่อการประมวลผลข้อมูลภายใต้นโยบายฉบับนี้แล้ว

แหล่งข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผล

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และ/หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจาก 3 แหล่งที่มา ดังนี้ 

  1. ได้รับโดยตรงจากผู้ใช้บริการ ซึ่งนำส่งมายังบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ (ก) การติดต่อสอบถามผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่บริษัทอาจมี ได้แก่ โทรศัพท์ อีเมล corporate website หรือ Social Media (Line, Facebook) (ข) การเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ ด้วยระบบของบริษัทเมื่อผู้ใช้บริการเข้าชมเว็บไซต์  (ค) การที่ผู้ใช้บริการกรอก นำส่งข้อมูล รวมถึงเอกสารแบบ ฟอร์มอื่นใดเพื่อประกอบ และ/หรือเข้าทำสัญญาเพื่อใช้บริการของบริษัท (จ) การที่ผู้ใช้บริการนิติบุคคลนำส่งข้อมูลตัวแทนของตนมายังบริษัทเพื่อการใช้ Hato Hub 
  2. ได้รับจากบุคคลอื่น ซึ่งอาจรวมถึง ผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทอาจว่าจ้างเพื่อช่วยในการให้บริการของบริษัท หรือบุคคลอื่นที่อาจแนะนำและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงแหล่งที่มาของข้อมูล

ข้อมูลที่มีการประมวลผล

เพื่อการให้บริการ โดยเฉพาะการให้บริการผ่าน Hato Hub บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลการติดต่อของผู้ใช้บริการ หรือตัวแทน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์ หรือ social media account (LINE, Facebook Account)
  2. ข้อมูลทางเทคนิค (Online Identifier) ของผู้ใช้บริการที่ติดต่อมายังบริษัทผ่านช่องทางเว็บไซต์ ได้แก่ ข้อมูลแหล่งที่ตั้ง รวมถึง IP address และ/หรือ domain name ของผู้ใช้บริการ และหน้าเพจอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการส่งมายังเว็บไซต์ของบริษัท ประเภทและ Version ของ Browser การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา (time zone), ที่ตั้ง (location), ระบบปฏิบัติการ, Hato Hubและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้เข้าเว็บไซต์
  3. ข้อมูล cookies ซึ่งบริษัทมีความจำเป็นต้องใช้ Cookies หลายประเภท เพื่อจุดประสงค์ต่างกันไป โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้
  • Strictly Necessary Cookies ซึ่งเป็น Cookies ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานของเว็บไซต์ หรือ Hato Hub และการให้บริการแก่ผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย
  • Functionality Cookies ซึ่งเป็น Cookies ที่ทำหน้าที่จดจำสิ่งที่ผู้ใช้บริการเลือกหรือตั้งค่าบนเว็บไซต์ หรือ Hato Hub เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ภาษา font และรูปแบบการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคลให้แก่ผู้ใช้บริการได้มากขึ้นตามการตั้งค่าที่เลือกไว้
  • Performance Cookies ซึ่งเป็น Cookies ที่ทำหน้าที่ประเมินประสิทธิ ภาพในการทำงานแต่ละส่วนของเว็บไซต์ หรือ Hato Hub ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจดำเนินการโดยบริษัทภายนอก ที่จะทำหน้าที่ให้บริการประเมินวิเคราะห์การทำงานของบริษัท และ
  • Advertising Cookies ซึ่งเป็น Cookies ที่ทำหน้าที่ในการจดจำสิ่งที่ผู้ใช้บริการเคยเยี่ยมชม รวมถึงลักษณะการใช้เว็บไซต์ หรือ Hato Hub ของผู้ใช้บริการ เพื่อนำเสนอสินค้า หรือบริการที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของผู้ใช้ บริการ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจดำเนินการโดยบริษัทภายนอกที่จะทำหน้าที่ให้บริการให้แก่บริษัท
  1. ข้อมูลการทำสัญญา การชำระราคา และ/หรือข้อมูลสำหรับการออกใบกำกับภาษี ซึ่งรวมถึง 
  • ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดทำและลงนามในสัญญา รวมถึงสำเนาเอกสารแสดงตนของผู้ใช้บริการ หรือตัวแทน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
  • ข้อมูลการชำระเงินค่าบริการเช่าใช้ Hato Hub และข้อมูลสำหรับการชำระค่าสินค้าที่ผู้ใช้บริการจะได้รับจากผู้บริโภคที่ใช้บริการสั่งอาหารไปที่ร้านของผู้ใช้บริการโดยผ่าน Hato Hub ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลหน้าบัญชีธนาคาร รวมถึงหลักฐานการชำระเงินอื่น และอาจรวมถึงข้อมูลสำหรับการออกใบกำกับภาษี (ถ้าจำเป็น)
  1. ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวแทนของผู้ใช้บริการที่จะเป็นผู้ใช้บริการ Hato Hub ซึ่งอาจรวมถึง ข้อมูลชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่ต้องใช้สำหรับการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ทั้งนี้ผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการกรอกและให้ข้อมูลดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อการประมวลผล ดังนั้นผู้ใช้บริการต้องให้การรับประกันความถูกต้อง และสิทธิของตนในการนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของตัวแทนดังกล่าวให้แก่บริษัทเพื่อประมวลผล
  2. ข้อมูลธุรกรรมการใช้ Hato Hub ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เลขรหัสผู้ใช้งาน ข้อมูลการ Log-in และข้อมูลการทำธุรกรรมอื่นที่ผู้ใช้บริการหรือตัวแทนที่ได้รับการลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้งานดำเนินการผ่าน Hato Hub ได้แก่ ข้อมูลการทำคำสั่งดำเนินธุรกรรมทั้งหมด และข้อมูลประวัติธุรกรรมอื่นเพื่อการตรวจสอบ
  3. ข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการและบริษัท ได้แก่ บันทึกข้อมูลสนทนา และการสื่อสาร ผ่านหลากหลายช่องทางการให้บริการของบริษัท เช่น โทรศัพท์ อีเมล corporate website  และช่องทาง Social Media อื่น 
  4. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ที่ผู้ใช้บริการ และ/หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งต่อเปิดเผยระหว่างการติดต่อสื่อสารที่ผู้ใช้บริการอาจมีกับบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงเรื่องการร้องเรียน หรือการให้ความเห็นต่าง ๆ หรือการติดต่อเพื่อรับบริการสนับสนุน ผ่าน Help Desk หรือ Customer Support หรือข้อมูลที่ผู้ใช้บริการอาจนำส่งให้แก่บริษัทเพื่อการเข้าร่วมกิจกรรม หรือ Campaign ต่าง ๆ ของบริษัท

วัตถุประสงค์และระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บ รวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และ/หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ข้างต้น เพื่อวัตถุประสงค์และเป็นระยะเวลา ดังนี้:

    1. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา บริษัทต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ เพื่อจุดประสงค์ ดังนี้ 
      • การตอบคำถาม การตอบกลับ หรือการจัดการข้อร้องเรียนหรือการให้ความคิดเห็นต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้บริการอาจแจ้งมายังบริษัท รวมถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อกลับเพื่อนำเสนอบริการตามที่ผู้ใช้บริการร้องขอ Demo และการประสานงานเพื่อการเจรจาและทำสัญญาการเช่าใช้ Hato Hub
      • การจัดทำเอกสารธุรกรรมเพื่อการเช่าใช้ Hato Hub ได้แก่ เอกสารสัญญาและเอกสารทางบัญชี รวมถึงการติดต่อประสานงาน และการปฏิบัติสิทธิหน้าที่ที่บริษัทมี ภายใต้เงื่อนไขการให้บริการที่บริษัทประกาศกำหนดสำหรับการเช่าใช้ Hato Hub รวมถึงสัญญาการให้บริการอื่น ระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึง การติดตั้งระบบซอฟต์แวร์ การเริ่มเปิดบัญชีผู้ใช้งาน การฝึกอบรมการใช้งาน การบำรุงรักษา และ/หรือบริการอื่น ตามที่อาจมีการตกลงกันระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ
      • การปฏิบัติตามสัญญาอื่นที่ผู้ใช้บริการและบริษัทอาจเป็นคู่สัญญากันเพิ่มเติม หรือเพื่อการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้บริการ รวมถึงการพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท ที่ผู้ใช้บริการอาจเข้าร่วม
    1. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่บริษัทต้องดำเนินการ เช่น การจัดทำบัญชีและชำระภาษีของบริษัท 
    2. เพื่อการรักษาประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่กระทบสิทธิเจ้าของข้อมูลเกินสมควร ได้แก่
      • การสร้างและปรับปรุงความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่บริษัทมีกับผู้ใช้บริการ ซึ่งอาจรวมถึงการวิเคราะห์ สอบสวน จัดการและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ Hato Hub และการให้บริการอื่นทั้งหมดของบริษัท การสอบถามความพึงพอใจในการให้บริการ การฝึกอบรม หรือติดตามการให้บริการของพนักงานของบริษัท 
      • การใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ในการปรับปรุงการทำงานของ Hato Hub การให้บริการ การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ รวมถึงการจัดกลุ่มของผู้ใช้บริการเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็น และอาจเก็บข้อมูลในลักษณะของสถิติที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการต่อเนื่อง
      • การใช้ข้อมูลภาพถ่ายจาการให้บริการติดตั้ง รวมถึงฝึกอบรมแก่พนักงานของผู้ใช้บริการ รวมถึงข้อมูลคำเห็นและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ เพื่อจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่นที่บริษัทอาจมี 
      • การเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์การปกป้องสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในกรณีเกิดข้อร้องเรียนหรือการต่อสู้ใดระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ
    1. ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผู้ใช้บริการให้ความยินยอมเฉพาะ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของผู้ใช้บริการที่ให้ไว้กับบริษัทได้ตลอดเวลา แต่การถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ดำเนินการก่อนการถอนความยินยอม ทั้งนี้วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความยินยอมรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
      • การใช้ Cookies (นอกเหนือจาก Strictly Necessary Cookies) เพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์ หรือ Hato Hub ให้เหมาะ สมกับผู้ใช้บริการต่าง ๆ ได้มากขึ้นตามลักษณะและประเภทของ Cookies ดังกล่าว 
      • การใช้ข้อมูลเพื่อการติดต่อประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดโดยตรงของบริษัท หรือการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่พันธมิตร เพื่อการทำการตลาดโดยพันธมิตร เป็นต้น 

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทมีความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ซึ่งได้ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทจะอ้างอิงหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ดังนี้ (ก) บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้ตลอดระยะเวลาการให้เช่าใช้ Hato Hub หรือตลอดระยะเวลาที่ผู้ใช้บริการยังมีบัญชีผู้ใช้งานใน Hato Hub และตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติคุ้มครองสิทธิของบริษัท ภายใต้อายุความสูงสุด 10 ปี (ข) ตลอดระยะเวลาที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว และ (ค) ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยบริษัทรับประกันไม่ดำเนินการที่จะกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกินสมควร 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยหลักการแล้ว บริษัทจะไม่เปิดเผยส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่บุคคลภายนอก แต่ในกรณีจำเป็นบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ 

    1. ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจรวมถึง (i) ผู้ให้บริการภายนอกที่ให้บริการสนับสนุนแก่บริษัท ในการปฏิบัติหน้าที่และใช้สิทธิที่บริษัทอาจมีต่อผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการระบบการชำระเงิน เป็นต้น และ (ii) ผู้ให้บริการที่ปรึกษาของบริษัท ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามกรอบเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะได้จัดทำและลงนามร่วมกับผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าว 

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทมีการโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้แก่ผู้ให้บริการที่ดำเนินกิจการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ บริษัทจะกำหนดมาตรฐานในการทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ให้บริการที่จะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ให้มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

    1. หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่บริษัทอาจมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่หน่วยงานนั้นตามกฎหมาย ตามคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น โดยบริษัทจะเปิดเผยส่งต่อข้อมูลเฉพาะเพียงเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น
    2. บุคคลอื่น ซึ่งผู้ใช้บริการให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่บุคคลดังกล่าวได้ 

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทรับประกันการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ บริษัทจะทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมตามมาตรฐานในอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

บริษัทเคารพสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอใช้สิทธิที่มีดังต่อไปนี้ได้ ตามกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (1) สิทธิเพิกถอนความยินยอม (2) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล (3) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (4) สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัททำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น (5) สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (6) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็น (7) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ 

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการขอใช้สิทธิข้างต้นได้ ตามรายละเอียดการติดต่อที่บริษัทได้กำหนดไว้ และบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาคำร้องของผู้ใช้บริการให้ทราบภายในระยะเวลาที่เหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น 

ช่องทางการติดต่อ

บริษัทยินดีรับคำถาม ข้อร้องเรียน ความเห็นและคำขอใดๆที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ โดยเฉพาะการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถติดต่อบริษัทได้ที่: เบอร์โทรศัพท์: 02-114-3234 E-mail: privacy@hatohub.com

Close Bitnami banner
Bitnami